lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

ยางพาราแท้เกรดA

ปัณพร

เนื่องจากร้านเราขายของแท้ ดี และถูก จึงอยากแชร์ข้อมูลดีๆ ของยางพาราแท้ค่ะ
มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าการซื้อที่นอนแพงๆเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเพราะใช้แค่นอนอย่างเดียว จึงหันไปซื้อเตียงนอนหน้าตาสวยๆ ราคาแพงๆ แทน จริงๆ แล้วเรานอนบนที่นอน ไม่ได้นอนบนเตียงนอนเสียหน่อย ยิ่งหากเรานำราคาที่นอนไปหารกับจำนวนวันที่ใช้นอน ก็ถือว่าคุ้มค่าพอที่จะลงทุนกับที่นอนดีๆ สักผืนประเทศไทยมีอัตราการส่งออกผลผลิตยางพาราทั้งน้ำยางข้น น้ำยางแผ่นและยางแปรรูปอื่นๆ มูลค่านับแสนล้านบาทต่อปี เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิก แน่นอน เรามีวัตถุดิบชั้นดีอยู่แล้ว จึงค่อนข้างแน่ชัดว่าที่นอนยางพาราในบ้านเราย่อมมีคุณภาพไม่แพ้ใคร แต่ประเด็นสำคัญคือ เลือกอย่างไรให้ได้ของดี เพราะที่นอนยางพาราหรือ Latex Foam มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบฟองน้ำสังเคราะห์ผสมโฟมยางพารา แบบที่นอนใยมะพร้าวผสมยางพารา และแบบที่นอนยางพาราร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้อดีของที่นอนประเภทนี้คือ อายุการใช้งานยาวนานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ช่วยลดการกดทับและโอบอุ้มสรีระได้ดี ไม่เป็นที่สะสมของแบคทีเรียและไรฝุ่น วันนี้เราจึงมีวิธีเลือกที่นอนยางพาราคุณภาพดีมาฝาก ดังนี้ค่ะ
น้ำหนัก
ที่นอนยางพาราที่ดีต้องไม่หนักจนเกินไป อย่างน้อยต้องยกมุมด้านใดด้านหนึ่งได้สบาย หากที่นอนเบาเกินเหตุ อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าเป็นโฟมหรือพอลิยูรีเทน แต่หากหนักเกินไป อาจเป็นโฟมยางอัดเหลือใช้ขึ้นรูปใหม่ด้วยการอัดกาว สำหรับวิธีเทียบน้ำหนักยางพารามีสูตรง่ายๆ คือ ใช้ขนาดกว้างยาว และหนา (หน่วยเป็นเซนติเมตร) มาคูณกัน แล้วหารด้วย 1,000,000 จากนั้นคูณด้วยค่า Density หรือหน่วยแทนค่าความหนาแน่นของยางพาราแท้ซึ่งโรงงานบอกมา จะได้น้ำหนักจริงๆ ของยางพารา
ความหนาแน่นและความนุ่ม
สอบถามค่า Density จากผู้ขาย เพราะสามารถบอกได้ว่าที่นอนนั้นมีค่าความหนาแน่นมากหรือน้อย โดยค่าปานกลางอยู่ที่ Density 85

ลักษณะของผิวยางและความยืดหยุ่น
สามารถพับทบได้ เมื่อดึงกลับก็จะคืนรูปอย่างรวดเร็ว

กลิ่น
หากลองดมดูจะได้กลิ่นอ่อนๆ แบบธรรมชาติของยาง กลิ่นคล้ายวานิลลานิดๆ

รู้ไว้สักนิดก่อนควักกระเป๋าสตางค์
มีคนเคยบอกว่า ต้องหมั่นกลับที่นอนทุกเดือนเพื่อการใช้งานที่ยาวนานแต่ที่นอนยางพาราอาจไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะนอกจากน้ำหนักที่มากแล้ว ที่นอนชนิดนี้ยังออกแบบมาเพื่อระบายอากาศได้เอง และยางพาราก็มีคุณสมบัติไม่เก็บความชื้นและไม่สะสมแบคทีเรีย จึงไม่จำเป็นต้องกลับด้านบ่อยๆ ที่สำคัญ อย่านำไปตากแดดจัดเด็ดขาด เพราะอาจได้ก้อนยางแข็งๆ กลับมาแทน
ที่นอนยางพาราแบบผสมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ราคาที่นอนยางพาราถูกลงและมีน้ำหนักเบากว่า แต่ข้อเสียคือ การใช้งานจะไม่ยาวนานเท่ายางพาราแท้ และบางครั้งอาจยุบตัวได้เร็วกว่าด้วย
ข้อควรสังเกต เนื่องจากที่นอนยางพารามีราคาสูง ทำให้ผู้ผลิตบางรายใช้กลโกงโดยอาจใช้โฟมยางสังเคราะห์หรือโฟมอัดมาแทรกไปกับยางพารา หรือใช้เป็นไส้อยู่ด้านใน แล้วปิดล้อมรอบด้วยยางพาราจริงๆ แนะนำให้ซื้อที่นอนจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ สำหรับกระบวนการผลิตในไทยส่วนใหญ่จะเป็นแบบ DunlopProcess นำสารเคมีมาผสมกับโฟมยางพาราจนกลายเป็นครีมเหลว จากนั้นนำมาเทลงแบบหล่อ แล้วอบด้วยความร้อนจนยางสุก จึงนำไปผ่านกระบวนการทำความสะอาดจนสารเคมีหมดไป ส่วนใครชอบเทคโนโลยีทันสมัย จะเลือกใช้ของนำเข้าก็ไม่ว่ากัน เป็นกระบวนการผลิตแบบ Tatalay Process จะใส่น้ำยางที่ผสมแล้วเทเข้าแม่พิมพ์ แล้วดูดอากาศในแม่พิมพ์ออก น้ำยางจะพองตัวขึ้นจนเต็มแม่พิมพ์ แล้วจึงนำไปแช่แข็ง จากนั้นอบด้วยความร้อนอีกครั้ง ทั้งสองวิธีนี้จะได้โฟมยางพาราเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความชอบและความสบายส่วนตัว
ที่นอนบางยี่ห้อจะบอกข้อมูลเรื่องการรองรับสรีระว่าสามารถรองรับได้ 7 จุด ข้อดีคือ ทำให้เห็นความแตกต่างจากที่นอนสปริงและที่นอนประเภทอื่นๆ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้นอนด้วย ปัญหาเรื่องสรีระ เช่น ปวดหลัง หากน้ำหนักตัวมาก ควรเลือกที่นอนที่มีความนุ่มให้พอดีกัน เพราะที่นอนที่มีความนุ่มและยืดหยุ่นก็ทำให้ความสบายในการนอนแตกต่างกันไป
ยางพารามีความพรุนจึงช่วยระบายอากาศได้ดี แถมยังไม่เก็บกักฝุ่น แต่หากใครกลัวเรื่องไรฝุ่น แนะนำให้ซื้อผ้าปูที่นอนชนิดป้องกันไรฝุ่นมาใช้ควบคู่กัน พร้อมกับหมั่นนำผ้าปูที่นอนไปซักหรือผึ่งแดดบ่อยๆ
เลือกที่นอนยางพาราชนิดที่สามารถถอดผ้าหุ้มออกไปซักได้ที่สำคัญ ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า ที่นอนนั้นเป็นยางพาราแท้ทั้งชิ้นหรือไม่
ราคาที่นอนยางพาราไม่ใช่ถูกๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อควรทดลองนอนดูสักประมาณ 20 นาที หรือนานกว่านั้นก็จะดีมาก เพราะจะทำให้สรีระของเราเริ่มเข้ารูปกับที่นอน จากนั้นก็จะทราบเองว่าที่นอนแบบนี้เหมาะกับเราหรือไม่

ขอบคุณข้อความดีๆ จากบ้านและสวนแฟร์ ค่ะ

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #1
เจ้าของร้าน

เนื่องจากร้านเราขายของแท้ ดี และถูก จึงอยากแชร์ข้อมูลดีๆ ของยางพาราแท้ค่ะ
มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าการซื้อที่นอนแพงๆเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเพราะใช้แค่นอนอย่างเดียว จึงหันไปซื้อเตียงนอนหน้าตาสวยๆ ราคาแพงๆ แทน จริงๆ แล้วเรานอนบนที่นอน ไม่ได้นอนบนเตียงนอนเสียหน่อย ยิ่งหากเรานำราคาที่นอนไปหารกับจำนวนวันที่ใช้นอน ก็ถือว่าคุ้มค่าพอที่จะลงทุนกับที่นอนดีๆ สักผืนประเทศไทยมีอัตราการส่งออกผลผลิตยางพาราทั้งน้ำยางข้น น้ำยางแผ่นและยางแปรรูปอื่นๆ มูลค่านับแสนล้านบาทต่อปี เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิก แน่นอน เรามีวัตถุดิบชั้นดีอยู่แล้ว จึงค่อนข้างแน่ชัดว่าที่นอนยางพาราในบ้านเราย่อมมีคุณภาพไม่แพ้ใคร แต่ประเด็นสำคัญคือ เลือกอย่างไรให้ได้ของดี เพราะที่นอนยางพาราหรือ Latex Foam มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบฟองน้ำสังเคราะห์ผสมโฟมยางพารา แบบที่นอนใยมะพร้าวผสมยางพารา และแบบที่นอนยางพาราร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้อดีของที่นอนประเภทนี้คือ อายุการใช้งานยาวนานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ช่วยลดการกดทับและโอบอุ้มสรีระได้ดี ไม่เป็นที่สะสมของแบคทีเรียและไรฝุ่น วันนี้เราจึงมีวิธีเลือกที่นอนยางพาราคุณภาพดีมาฝาก ดังนี้ค่ะ
น้ำหนัก
ที่นอนยางพาราที่ดีต้องไม่หนักจนเกินไป อย่างน้อยต้องยกมุมด้านใดด้านหนึ่งได้สบาย หากที่นอนเบาเกินเหตุ อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าเป็นโฟมหรือพอลิยูรีเทน แต่หากหนักเกินไป อาจเป็นโฟมยางอัดเหลือใช้ขึ้นรูปใหม่ด้วยการอัดกาว สำหรับวิธีเทียบน้ำหนักยางพารามีสูตรง่ายๆ คือ ใช้ขนาดกว้างยาว และหนา (หน่วยเป็นเซนติเมตร) มาคูณกัน แล้วหารด้วย 1,000,000 จากนั้นคูณด้วยค่า Density หรือหน่วยแทนค่าความหนาแน่นของยางพาราแท้ซึ่งโรงงานบอกมา จะได้น้ำหนักจริงๆ ของยางพารา
ความหนาแน่นและความนุ่ม
สอบถามค่า Density จากผู้ขาย เพราะสามารถบอกได้ว่าที่นอนนั้นมีค่าความหนาแน่นมากหรือน้อย โดยค่าปานกลางอยู่ที่ Density 85

ลักษณะของผิวยางและความยืดหยุ่น
สามารถพับทบได้ เมื่อดึงกลับก็จะคืนรูปอย่างรวดเร็ว

กลิ่น
หากลองดมดูจะได้กลิ่นอ่อนๆ แบบธรรมชาติของยาง กลิ่นคล้ายวานิลลานิดๆ

รู้ไว้สักนิดก่อนควักกระเป๋าสตางค์
มีคนเคยบอกว่า ต้องหมั่นกลับที่นอนทุกเดือนเพื่อการใช้งานที่ยาวนานแต่ที่นอนยางพาราอาจไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะนอกจากน้ำหนักที่มากแล้ว ที่นอนชนิดนี้ยังออกแบบมาเพื่อระบายอากาศได้เอง และยางพาราก็มีคุณสมบัติไม่เก็บความชื้นและไม่สะสมแบคทีเรีย จึงไม่จำเป็นต้องกลับด้านบ่อยๆ ที่สำคัญ อย่านำไปตากแดดจัดเด็ดขาด เพราะอาจได้ก้อนยางแข็งๆ กลับมาแทน
ที่นอนยางพาราแบบผสมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ราคาที่นอนยางพาราถูกลงและมีน้ำหนักเบากว่า แต่ข้อเสียคือ การใช้งานจะไม่ยาวนานเท่ายางพาราแท้ และบางครั้งอาจยุบตัวได้เร็วกว่าด้วย
ข้อควรสังเกต เนื่องจากที่นอนยางพารามีราคาสูง ทำให้ผู้ผลิตบางรายใช้กลโกงโดยอาจใช้โฟมยางสังเคราะห์หรือโฟมอัดมาแทรกไปกับยางพารา หรือใช้เป็นไส้อยู่ด้านใน แล้วปิดล้อมรอบด้วยยางพาราจริงๆ แนะนำให้ซื้อที่นอนจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ สำหรับกระบวนการผลิตในไทยส่วนใหญ่จะเป็นแบบ DunlopProcess นำสารเคมีมาผสมกับโฟมยางพาราจนกลายเป็นครีมเหลว จากนั้นนำมาเทลงแบบหล่อ แล้วอบด้วยความร้อนจนยางสุก จึงนำไปผ่านกระบวนการทำความสะอาดจนสารเคมีหมดไป ส่วนใครชอบเทคโนโลยีทันสมัย จะเลือกใช้ของนำเข้าก็ไม่ว่ากัน เป็นกระบวนการผลิตแบบ Tatalay Process จะใส่น้ำยางที่ผสมแล้วเทเข้าแม่พิมพ์ แล้วดูดอากาศในแม่พิมพ์ออก น้ำยางจะพองตัวขึ้นจนเต็มแม่พิมพ์ แล้วจึงนำไปแช่แข็ง จากนั้นอบด้วยความร้อนอีกครั้ง ทั้งสองวิธีนี้จะได้โฟมยางพาราเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความชอบและความสบายส่วนตัว
ที่นอนบางยี่ห้อจะบอกข้อมูลเรื่องการรองรับสรีระว่าสามารถรองรับได้ 7 จุด ข้อดีคือ ทำให้เห็นความแตกต่างจากที่นอนสปริงและที่นอนประเภทอื่นๆ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้นอนด้วย ปัญหาเรื่องสรีระ เช่น ปวดหลัง หากน้ำหนักตัวมาก ควรเลือกที่นอนที่มีความนุ่มให้พอดีกัน เพราะที่นอนที่มีความนุ่มและยืดหยุ่นก็ทำให้ความสบายในการนอนแตกต่างกันไป
ยางพารามีความพรุนจึงช่วยระบายอากาศได้ดี แถมยังไม่เก็บกักฝุ่น แต่หากใครกลัวเรื่องไรฝุ่น แนะนำให้ซื้อผ้าปูที่นอนชนิดป้องกันไรฝุ่นมาใช้ควบคู่กัน พร้อมกับหมั่นนำผ้าปูที่นอนไปซักหรือผึ่งแดดบ่อยๆ
เลือกที่นอนยางพาราชนิดที่สามารถถอดผ้าหุ้มออกไปซักได้ที่สำคัญ ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า ที่นอนนั้นเป็นยางพาราแท้ทั้งชิ้นหรือไม่
ราคาที่นอนยางพาราไม่ใช่ถูกๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อควรทดลองนอนดูสักประมาณ 20 นาที หรือนานกว่านั้นก็จะดีมาก เพราะจะทำให้สรีระของเราเริ่มเข้ารูปกับที่นอน จากนั้นก็จะทราบเองว่าที่นอนแบบนี้เหมาะกับเราหรือไม่

ขอบคุณข้อความดีๆ จากบ้านและสวนแฟร์ ค่ะ

เนื่องจากร้านเราขายของแท้ ดี และถูก จึงอยากแชร์ข้อมูลดีๆ ของยางพาราแท้ค่ะ
มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าการซื้อที่นอนแพงๆเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเพราะใช้แค่นอนอย่างเดียว จึงหันไปซื้อเตียงนอนหน้าตาสวยๆ ราคาแพงๆ แทน จริงๆ แล้วเรานอนบนที่นอน ไม่ได้นอนบนเตียงนอนเสียหน่อย ยิ่งหากเรานำราคาที่นอนไปหารกับจำนวนวันที่ใช้นอน ก็ถือว่าคุ้มค่าพอที่จะลงทุนกับที่นอนดีๆ สักผืนประเทศไทยมีอัตราการส่งออกผลผลิตยางพาราทั้งน้ำยางข้น น้ำยางแผ่นและยางแปรรูปอื่นๆ มูลค่านับแสนล้านบาทต่อปี เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิก แน่นอน เรามีวัตถุดิบชั้นดีอยู่แล้ว จึงค่อนข้างแน่ชัดว่าที่นอนยางพาราในบ้านเราย่อมมีคุณภาพไม่แพ้ใคร แต่ประเด็นสำคัญคือ เลือกอย่างไรให้ได้ของดี เพราะที่นอนยางพาราหรือ Latex Foam มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบฟองน้ำสังเคราะห์ผสมโฟมยางพารา แบบที่นอนใยมะพร้าวผสมยางพารา และแบบที่นอนยางพาราร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้อดีของที่นอนประเภทนี้คือ อายุการใช้งานยาวนานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ช่วยลดการกดทับและโอบอุ้มสรีระได้ดี ไม่เป็นที่สะสมของแบคทีเรียและไรฝุ่น วันนี้เราจึงมีวิธีเลือกที่นอนยางพาราคุณภาพดีมาฝาก ดังนี้ค่ะ
น้ำหนัก
ที่นอนยางพาราที่ดีต้องไม่หนักจนเกินไป อย่างน้อยต้องยกมุมด้านใดด้านหนึ่งได้สบาย หากที่นอนเบาเกินเหตุ อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าเป็นโฟมหรือพอลิยูรีเทน แต่หากหนักเกินไป อาจเป็นโฟมยางอัดเหลือใช้ขึ้นรูปใหม่ด้วยการอัดกาว สำหรับวิธีเทียบน้ำหนักยางพารามีสูตรง่ายๆ คือ ใช้ขนาดกว้างยาว และหนา (หน่วยเป็นเซนติเมตร) มาคูณกัน แล้วหารด้วย 1,000,000 จากนั้นคูณด้วยค่า Density หรือหน่วยแทนค่าความหนาแน่นของยางพาราแท้ซึ่งโรงงานบอกมา จะได้น้ำหนักจริงๆ ของยางพารา
ความหนาแน่นและความนุ่ม
สอบถามค่า Density จากผู้ขาย เพราะสามารถบอกได้ว่าที่นอนนั้นมีค่าความหนาแน่นมากหรือน้อย โดยค่าปานกลางอยู่ที่ Density 85

ลักษณะของผิวยางและความยืดหยุ่น
สามารถพับทบได้ เมื่อดึงกลับก็จะคืนรูปอย่างรวดเร็ว

กลิ่น
หากลองดมดูจะได้กลิ่นอ่อนๆ แบบธรรมชาติของยาง กลิ่นคล้ายวานิลลานิดๆ

รู้ไว้สักนิดก่อนควักกระเป๋าสตางค์
มีคนเคยบอกว่า ต้องหมั่นกลับที่นอนทุกเดือนเพื่อการใช้งานที่ยาวนานแต่ที่นอนยางพาราอาจไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะนอกจากน้ำหนักที่มากแล้ว ที่นอนชนิดนี้ยังออกแบบมาเพื่อระบายอากาศได้เอง และยางพาราก็มีคุณสมบัติไม่เก็บความชื้นและไม่สะสมแบคทีเรีย จึงไม่จำเป็นต้องกลับด้านบ่อยๆ ที่สำคัญ อย่านำไปตากแดดจัดเด็ดขาด เพราะอาจได้ก้อนยางแข็งๆ กลับมาแทน
ที่นอนยางพาราแบบผสมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ราคาที่นอนยางพาราถูกลงและมีน้ำหนักเบากว่า แต่ข้อเสียคือ การใช้งานจะไม่ยาวนานเท่ายางพาราแท้ และบางครั้งอาจยุบตัวได้เร็วกว่าด้วย
ข้อควรสังเกต เนื่องจากที่นอนยางพารามีราคาสูง ทำให้ผู้ผลิตบางรายใช้กลโกงโดยอาจใช้โฟมยางสังเคราะห์หรือโฟมอัดมาแทรกไปกับยางพารา หรือใช้เป็นไส้อยู่ด้านใน แล้วปิดล้อมรอบด้วยยางพาราจริงๆ แนะนำให้ซื้อที่นอนจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ สำหรับกระบวนการผลิตในไทยส่วนใหญ่จะเป็นแบบ DunlopProcess นำสารเคมีมาผสมกับโฟมยางพาราจนกลายเป็นครีมเหลว จากนั้นนำมาเทลงแบบหล่อ แล้วอบด้วยความร้อนจนยางสุก จึงนำไปผ่านกระบวนการทำความสะอาดจนสารเคมีหมดไป ส่วนใครชอบเทคโนโลยีทันสมัย จะเลือกใช้ของนำเข้าก็ไม่ว่ากัน เป็นกระบวนการผลิตแบบ Tatalay Process จะใส่น้ำยางที่ผสมแล้วเทเข้าแม่พิมพ์ แล้วดูดอากาศในแม่พิมพ์ออก น้ำยางจะพองตัวขึ้นจนเต็มแม่พิมพ์ แล้วจึงนำไปแช่แข็ง จากนั้นอบด้วยความร้อนอีกครั้ง ทั้งสองวิธีนี้จะได้โฟมยางพาราเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความชอบและความสบายส่วนตัว
ที่นอนบางยี่ห้อจะบอกข้อมูลเรื่องการรองรับสรีระว่าสามารถรองรับได้ 7 จุด ข้อดีคือ ทำให้เห็นความแตกต่างจากที่นอนสปริงและที่นอนประเภทอื่นๆ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้นอนด้วย ปัญหาเรื่องสรีระ เช่น ปวดหลัง หากน้ำหนักตัวมาก ควรเลือกที่นอนที่มีความนุ่มให้พอดีกัน เพราะที่นอนที่มีความนุ่มและยืดหยุ่นก็ทำให้ความสบายในการนอนแตกต่างกันไป
ยางพารามีความพรุนจึงช่วยระบายอากาศได้ดี แถมยังไม่เก็บกักฝุ่น แต่หากใครกลัวเรื่องไรฝุ่น แนะนำให้ซื้อผ้าปูที่นอนชนิดป้องกันไรฝุ่นมาใช้ควบคู่กัน พร้อมกับหมั่นนำผ้าปูที่นอนไปซักหรือผึ่งแดดบ่อยๆ
เลือกที่นอนยางพาราชนิดที่สามารถถอดผ้าหุ้มออกไปซักได้ที่สำคัญ ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า ที่นอนนั้นเป็นยางพาราแท้ทั้งชิ้นหรือไม่
ราคาที่นอนยางพาราไม่ใช่ถูกๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อควรทดลองนอนดูสักประมาณ 20 นาที หรือนานกว่านั้นก็จะดีมาก เพราะจะทำให้สรีระของเราเริ่มเข้ารูปกับที่นอน จากนั้นก็จะทราบเองว่าที่นอนแบบนี้เหมาะกับเราหรือไม่

ขอบคุณข้อความดีๆ จากบ้านและสวนแฟร์ ค่ะ



1
แสดงความคิดเห็นที่ 1-1 จากทั้งหมด 1 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

หมวดหมู่สินค้า

NEW PRODUCTS

1,600.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,600.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,600.00 บาท
2,200.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,600.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,600.00 บาท
  • สั่งซื้อ

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม168,364 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด94,040 ครั้ง
เปิดร้าน13 ก.ย. 2557
ร้านค้าอัพเดท22 มิ.ย. 2561

RECOMMENDED

1,490.00 บาท
2,000.00 บาท
  • สั่งซื้อ
900.00 บาท
1,000.00 บาท
  • สั่งซื้อ
950.00 บาท
1,150.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,590.00 บาท
2,200.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,690.00 บาท
2,100.00 บาท
  • สั่งซื้อ
3,500.00 บาท
4,300.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,250.00 บาท
1,590.00 บาท
  • สั่งซื้อ

SALE PRODUCTS

1,590.00 บาท
2,200.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,600.00 บาท
2,200.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,490.00 บาท
2,000.00 บาท
  • สั่งซื้อ

TRACK NO.

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก